วิธีใส่รีเทนเนอร์ ทำอย่างไร ? ใส่ครั้งแรกระวังอะไรบ้าง ใส่ตอนไหน นานกี่ปี ?

วิธีถอด-ใส่รีเทนเนอร์ (Retainer)

การใส่รีเทนเนอร์เป็นขั้นตอนสำคัญหลังการจัดฟัน ที่ช่วยคงตำแหน่งฟันให้เรียงตัวสวยเหมือนเดิมในระยะยาว แม้จะถอดเหล็กจัดฟันแล้ว แต่ฟันก็ยังสามารถเคลื่อนตัวได้ตามธรรมชาติ หากละเลยหรือใส่ไม่ถูกวิธี ก็อาจทำให้ฟันล้มและต้องกลับมาแก้ไขใหม่อีกครั้ง

บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจตั้งแต่วิธีการใส่-ถอดรีเทนเนอร์ที่ถูกต้อง ข้อควรระวังสำหรับมือใหม่ ไปจนถึงระยะเวลาในการใส่ พร้อมตอบข้อสงสัยอย่างชัดเจนเพื่อช่วยให้คนไข้เข้าใจการใส่รีเทนเนอร์มากขึ้น

เลือกหัวข้อที่ต้องการอ่าน

รวมวิธีใส่รีเทนเนอร์ที่ถูกต้อง ทำอย่างไร ?

วิธีการใส่รีเทนเนอร์แบบลวด

การใส่รีเทนเนอร์แบบลวดอย่างถูกวิธีเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะถ้าใส่ผิดวิธีบ่อย ๆ ลวดอาจเบี้ยวหรือหัก และอาจทำให้ฟันเคลื่อนที่ได้ โดยมีวิธีการใส่ง่าย ๆ ดังนี้

  1. ทำความสะอาดช่องปากและมือก่อนเริ่มใส่ โดยควรแปรงฟันให้สะอาดและล้างมือให้เรียบร้อย เพื่อป้องกันแบคทีเรียสะสมระหว่างรีเทนเนอร์กับเหงือก
  2. ถือรีเทนเนอร์ให้ถูกฝั่ง โดยหันด้านที่มีฐานเข้าหาเพดานปากหรือใต้ลิ้น และให้ลวดเส้นยาวอยู่ด้านหน้าฟัน
  3. ใช้มือค่อย ๆ ประคองรีเทนเนอร์เข้าไปในปาก วางส่วนฐานให้ตรงกับตำแหน่งเพดานหรือเหงือก แล้วกดตัวรีเทนเนอร์ขึ้นหรือลงสำหรับฟันล่าง เบา ๆ ให้เข้าที่
  4. ใช้นิ้วชี้หรือนิ้วโป้งทั้งสองข้างกดลงบนส่วนฐานหรือบริเวณที่เขี้ยว เพื่อให้รีเทนเนอร์แนบสนิทกับฟัน
  5. เมื่อเข้าที่แล้วให้ลองเม้มปากเบา ๆ เพื่อเช็กว่าไม่มีส่วนไหนทิ่มเหงือกหรือรู้สึกเจ็บผิดปกติ

วิธีการใส่รีเทนเนอร์แบบใส

สำหรับการใส่รีเทนเนอร์แบบใส หรือที่หลายคนเรียกว่าแบบถอดได้ที่ดูคล้ายเครื่องมือจัดฟันใส จะเน้นขั้นตอนการใส่ที่นุ่มนวล เพื่อไม่ให้ตัวพลาสติกฉีกขาดหรือบิดเบี้ยว ดังนี้

  1. ล้างมือให้สะอาดและแปรงฟันให้เรียบร้อย เพื่อป้องกันคราบอาหารหรือแบคทีเรียดักจับอยู่ภายใต้รีเทนเนอร์ 
  2. ดูให้แน่ใจว่าเป็นรีเทนเนอร์ชิ้นบนหรือชิ้นล่าง โดยหันด้านที่เป็นหลุมฟันให้ตรงกันซี่ฟันของเรา
  3. ค่อย ๆ นำรีเทนเนอร์เข้าไปในปาก โดยวางตำแหน่งให้ตรงกับฟันหน้าก่อนเป็นอันดับแรก
  4. เมื่อฟันหน้าเข้าที่แล้วให้ใช้นิ้วชี้หรือนิ้วโป้งค่อย ๆ กด ไล่จากฟันหน้าไปยังฟันกรามทั้งสองข้าง จนรู้สึกว่ารีเทนเนอร์แนบสนิทกับฟันทุกซี่
  5. ตรวจดูว่าขอบพลาสติกแนบสนิทไปกับเหงือกได้ดี ไม่มีความรู้สึกว่าเผยอหรือกดทับจนเกิดอาการเจ็บเกินไป

วิธีถอดรีเทนเนอร์ที่ถูกต้อง ทำอย่างไร ?

วิธีการถอดรีเทนเนอร์แบบลวด

สำหรับการถอดรีเทนเนอร์แบบลวดสิ่งที่ต้องระวังมากที่สุด คือ การไม่ดึงที่ลวดเส้นหน้า เพราะจะทำให้ลวดเบี้ยวและไม่ล็อกฟัน โดยมีวิธีการถอดที่ถูกต้องดังนี้

  1. ใช้นิ้วชี้ทั้งสองข้างเกี่ยวบริเวณตะขอโลหะที่เกาะอยู่บนฟันกรามซี่ในสุด ทั้งฝั่งซ้ายและฝั่งขวาพร้อมกัน
  2. ค่อย ๆ ออกแรงดึงตะขอลงสำหรับรีเทนเนอร์บน หรือดึงขึ้นสำหรับรีเทนเนอร์ล่างให้หลุมออกจากตัวฟันกรามเบา ๆ 
  3. เมื่อส่วนตะขอหลุดออกจากฟันกรามแล้ว ให้ใช้นิ้วประคองส่วนฐานพลาสติกแล้วค่อย ๆ นำรีเทนเนอร์ออกจากปากในแนวตรง
  4. ห้ามใช้นิ้วเกี่ยวหรือดึงลวดเส้นยาวที่พาดอยู่หน้าฟัน เพราะจะทำให้ลวดผิดรูป ทิ่มเหงือก หรือไม่สามารถใส่กลับเข้าไปให้แนบสนิทเหมือนเดิมได้
  5. หลังจากถอดเสร็จแล้ว ควรล้างคราบน้ำลายออกด้วยน้ำสะอาดทันที เพื่อป้องกันการเกิดคราบขาวหรือคราบหินปูน

วิธีการถอดรีเทนเนอร์แบบใส

การถอดรีเทนเนอร์แบบใส ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะวัสดุเป็นพลาสติกที่อาจฉีกขาดหรือเสียรูปทรงได้ง่ายหากดึงผิดจุด ซึ่งมีขั้นตอนการถอดง่าย ๆ ดังนี้

  1. ใช้นิ้วชี้หรือนิ้วโป้งเกี่ยวที่ขอบของรีเทนเนอร์บริเวณด้านในของฟันกรามซี่ในสุด
  2. ค่อย ๆ ออกแรงงัดขอบรีเทนเนอร์ให้หลุดออกจากฟันกรามทีละน้อย โดยแนะนำให้ทำสลับกันทั้งฝั่งซ้ายและฝั่งขวาเพื่อให้รีเทนเนอร์ค่อย ๆ ขยับตัว
  3. เมื่อส่วนของฟันกรามทั้งสองข้างเริ่มหลวมแล้ว ให้ใช้นิ้วประคองตัวรีเทนเนอร์แล้วค่อย ๆ ดึงออกจากฟันหน้าเป็นลำดับสุดท้าย
  4. หลีกเลี่ยงการงัดรีเทนเนอร์จากด้านนอก เพียงข้างเดียวแล้วกระชากออก เพราะแรงบิดจะทำให้รีเทนเนอร์เกิดรอยร้าวหรือฉีกขาดได้ง่าย
  5. หลังจากถอดรีเทนเนอร์ใสเรียบร้อย ให้ล้างด้วยน้ำสะอาดอุณหภูมิปกติทันที เพื่อไม่ให้น้ำลายแห้งกลายเป็นคราบขาวเกาะติดแน่นจนทำความสะอาดได้ยาก

ใส่รีเทนเนอร์ครั้งแรก มีข้อควรระวังอะไรบ้าง ?

การใส่รีเทนเนอร์ในช่วงแรกอาจต้องใช้เวลาในการปรับตัวเล็กน้อย เพื่อให้ฟันคงสภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีข้อควรระวังดังนี้

  • ต้องใส่ให้ครบเวลา ในช่วงแรกต้องใส่ตลอด 24 ชั่วโมง ยกเว้นตอนรับประทานอาหารและแปรงฟัน ตามที่ทันตแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด
  • ห้ามใช้ฟันกัดให้เข้าที่ ให้ใช้นิ้วกดเบา ๆ จนลงล็อกเสมอ 
  • ถอดแล้วต้องเก็บใส่ตลับทันที ห้ามห่อทิชชู่เด็ดขาด เพราะมักจะเผลอทั้งหรือโดนทับจนแตก
  • ห้ามล้างด้วยน้ำร้อนหรือต้มรีเทนเนอร์ เพราะพลาสติกจะละลายหรือบิดเบี้ยวจนใส่ไม่ได้
  • ห้ามดัดลวดเอง หากรู้สึกว่าหลวมหรือแน่นเกินไปจนเจ็บเหงือก ให้ไปพบทันตแพทย์เพื่อปรับแพ้ ไม่ควรใช้คีมหรือมือดัดเอง

ทำไมใส่รีเทนเนอร์ไม่ได้ เกิดจากอะไร ?

หลายคนอาจเจอปัญหาใส่รีเทนเนอร์ไม่ได้หรือใส่แล้วไม่พอดี ซึ่งมักเกิดจากหลายสาเหตุที่เกี่ยวข้องกับทั้งตัวรีเทนเนอร์และสภาพฟัน ดังนี้

  • ฟันเริ่มเคลื่อนตัว เนื่องจากไม่ได้ใส่รีเทนเนอร์ตามระยะเวลาที่กำหนด
  • รีเทนเนอร์บิดงอหรือเสียรูป จากการกัด ขบ หรือเก็บไม่ถูกวิธี
  • รีเทนเนอร์มีคราบหินปูนหรือสิ่งสกปรกสะสม ทำให้ใส่ได้ไม่สนิท
  • ขนาดรีเทนเนอร์ไม่พอดี อาจเกิดจากการใช้งานมานานหรือผลิตคลาดเคลื่อน
  • ใส่ผิดด้านหรือใส่ไม่ถูกวิธี ทำให้ไม่สามารถเข้ากับฟันได้พอดี
  • มีปัญหาในช่องปาก เช่น ฟันผุ เหงือกอักเสบ หรือมีแผล ทำให้ใส่แล้วเจ็บ
  • รีเทนเนอร์ชำรุด แตก หรือหัก ทำให้ไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ

การใส่รีเทนเนอร์ ราคาเท่าไหร่ ?

สำหรับราคาของรีเทนเนอร์จะขึ้นอยู่กับประมาณและคลินิกที่ให้บริการ ซึ่งมักอยู่ในช่วงประมาณ 1,500 – 8,000 บาท/ชิ้น โดยรีเทนเนอร์แบบใสมักมีราคาที่ย่อมเยากว่า แต่มีโอกาสฉีกขาด แตกหัก หรือคราบเหลืองฝังแน่นได้ง่ายกว่า ทำให้หลายคนต้องเสียเงินเปลี่ยนบ่อย ๆ 

ส่วนรีเทนเนอร์แบบลวดจะมีราคาที่สูงขึ้นตามความทนทานและลักษณะการใช้งาน เรียกได้ว่าคุ้มค่ากว่าในระยะยาว เพราะมีความทนทานสูงมากและสามารถใช้งานได้นานหลายปี ทั้งนี้ หากมีการทำหายหรือชำรุด ก็อาจมีค่าใช้จ่ายในส่วนทำใหม่เพิ่มเติม

โดยทั่วไปต้องใส่รีเทนเนอร์กี่ปี ถึงจะเลิกใส่ ?

โดยทั่วไปควรใส่รีเทนเนอร์อย่างน้อย 1-2 ปีหลังถอดเหล็ก โดยช่วงแรกต้องใส่ตลอด แล้วค่อยลดเหลือใส่เฉพาะตอนนอน อย่างไรก็ตาม ในทางการแพทย์แนะนำให้ใส่รีเทนเนอร์ในระยะยาวหรือใส่ไปตลอดชีวิต เนื่องจากฟันสามารถเคลื่อนตัวได้ตามธรรมชาติ 

ข้อควรปฏิบัติตัวขณะใส่รีเทนเนอร์ มีอะไรบ้าง ?

เพื่อให้รีเทนเนอร์ใช้งานได้นานและช่วงคงสภาพฟันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควรปฏิบัติตัวอย่างเหมาะสม ดังนี้

  • ใส่รีเทนเนอร์ตามเวลาที่ทันตแพทย์แนะนำอย่างสม่ำเสมอ
  • ถอดออกก่อนรับประทานอาหารและเครื่องดื่มทุกชนิด ยกเว้นน้ำเปล่า
  • ทำความสะอาดรีเทนเนอร์ทุกวัน เพื่อลดการสะสมของเชื้อโรคและกลิ่น
  • หลีกเลี่ยงการใช้ความร้อน เช่น น้ำร้อน หรือวางไว้ในที่ร้อน 
  • ไม่กัดหรือขบรีเทนเนอร์เล่น เพื่อลดความเสี่ยงการแตกหัก
  • เก็บในกล่องทุกครั้งเมื่อไม่ได้ใช้งาน เพื่อป้องกันการสูญหายหรือเสียหาย
  • หากรีเทนเนอร์หลวม แตก หรือใส่แล้วเจ็บผิดปกติ ควรรีบพบทันตแพทย์

ใส่รีเทนเนอร์ กินอะไรได้บ้าง ? สิ่งไหนควรหลีกเลี่ยง

โดยทั่วไปแล้วควรถอดรีเทนเนอร์ก่อนรับประทานอาหาร เพื่อความสะอาดและถนอมเครื่องมือ โดยมีสิ่งที่ควรระวังดังนี้

  • เครื่องดื่มร้อน เช่น กาแฟร้อน ชาร้อน หรือซุปร้อน ขณะใส่รีเทนเนอร์
  • น้ำหวานและน้ำอัดลม 
  • หมากฝรั่งหรือขนมเหนียวหนึบ เนื่องจากทำให้ทำความสะอาดได้ยาก และแรงดึงอาจทำให้ลวดเบี้ยวหรือพลาสติกฉีกขาดได้
  • อาหารที่มีสีจัด เช่น กาแฟ ชา หรือน้ำผลไม้สีเข้ม 
  • อาหารแข็ง เหนียว หรือกรุบกรอบ เช่น ถั่ว น้ำแข็ง ลูกอม

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการใส่รีเทนเนอร์

รีเทนเนอร์ต้องใส่ตอนไหนบ้าง ?

ในช่วงแรกหลังถอดเหล็ก ควรใส่รีเทนเนอร์ตลอดทั้งวัน ยกเว้นตอนรับประทานอาหารและแปรงฟัน จากนั้นเมื่อฟันเริ่มคงที่แล้ว สามารถลดลงใส่เฉพาะตอนนอนตามคำแนะนำของทันตแพทย์ได้

ใส่ Retainer หลังจัดฟัน ต้องใส่ตลอดชีวิตไหม ?

โดยหลักการแล้ว ต้องใส่รีเทนเนอร์หลังจัดฟันตลอดชีวิต เนื่องจากฟันสามารถเคลื่อนตัวได้ตลอดเวลา การใส่อย่างสม่ำเสมอจึงช่วยรักษาฟันให้เรียงสวยได้นานที่สุด

การใส่รีเทนเนอร์ ทำให้พูดไม่ชัดจริงไหม ?

ในช่วงของการใส่รีเทนเนอร์อาจมีอาการพูดไม่ชัดเล็กน้อย โดยเฉพาะรีเทนเนอร์แบบลวด แต่เมื่อใส่ไปสักระยะ ลิ้นจะปรับตัวได้และกลับมาพูดได้ตามปกติ

ใส่รีเทนเนอร์แล้วหลวม ต้องทำอย่างไร ?

หากรู้สึกว่ารีเทนเนอร์หลวม ไม่กระชับ หรือหลุดง่าย ควรหยุดใส่และรีบไปพบทันตแพทย์ เพื่อปรับหรือทำใหม่ ไม่ควรฝืนใส่ Retianer ต่อ เพราะอาจทำให้ฟันเคลื่อนผิดตำแหน่ง

สรุปเรื่องการใส่รีเทนเนอร์หลังจัดฟัน

การใส่รีเทนเนอร์เป็นขั้นตอนสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามหลังจัดฟัน เพราะช่วยคงสภาพฟันให้เรียงสวยในระยะยาว โดยควรใส่อย่างสม่ำเสมอ ถอดและใส่ให้ถูกวิธี และดูแลรักษาอย่างเหมาะสม แม้จะต้องใส่ต่อเนื่องเป็นเวลานาน หรือในบางกรณีอาจต้องใส่ไปตลอดชีวิต แต่ก็เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันฟันล้มและหลีกเลี่ยงการจัดฟันซ้ำในอนาคต

Line chat facebook chat call to clinic

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ หากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาเว็บไซต์ได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณ เพื่อให้เราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหาให้เหมาะสมกับความสนใจของคุณ หากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาให้ตรงกับความสนใจของคุณได้
    รายละเอียดคุกกี้

บันทึกการตั้งค่า