วิธีถอด-ใส่รีเทนเนอร์ (Retainer)
การใส่รีเทนเนอร์เป็นขั้นตอนสำคัญหลังการจัดฟัน ที่ช่วยคงตำแหน่งฟันให้เรียงตัวสวยเหมือนเดิมในระยะยาว แม้จะถอดเหล็กจัดฟันแล้ว แต่ฟันก็ยังสามารถเคลื่อนตัวได้ตามธรรมชาติ หากละเลยหรือใส่ไม่ถูกวิธี ก็อาจทำให้ฟันล้มและต้องกลับมาแก้ไขใหม่อีกครั้ง
บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจตั้งแต่วิธีการใส่-ถอดรีเทนเนอร์ที่ถูกต้อง ข้อควรระวังสำหรับมือใหม่ ไปจนถึงระยะเวลาในการใส่ พร้อมตอบข้อสงสัยอย่างชัดเจนเพื่อช่วยให้คนไข้เข้าใจการใส่รีเทนเนอร์มากขึ้น
รวมวิธีใส่รีเทนเนอร์ที่ถูกต้อง ทำอย่างไร ?
วิธีการใส่รีเทนเนอร์แบบลวด
การใส่รีเทนเนอร์แบบลวดอย่างถูกวิธีเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะถ้าใส่ผิดวิธีบ่อย ๆ ลวดอาจเบี้ยวหรือหัก และอาจทำให้ฟันเคลื่อนที่ได้ โดยมีวิธีการใส่ง่าย ๆ ดังนี้
- ทำความสะอาดช่องปากและมือก่อนเริ่มใส่ โดยควรแปรงฟันให้สะอาดและล้างมือให้เรียบร้อย เพื่อป้องกันแบคทีเรียสะสมระหว่างรีเทนเนอร์กับเหงือก
- ถือรีเทนเนอร์ให้ถูกฝั่ง โดยหันด้านที่มีฐานเข้าหาเพดานปากหรือใต้ลิ้น และให้ลวดเส้นยาวอยู่ด้านหน้าฟัน
- ใช้มือค่อย ๆ ประคองรีเทนเนอร์เข้าไปในปาก วางส่วนฐานให้ตรงกับตำแหน่งเพดานหรือเหงือก แล้วกดตัวรีเทนเนอร์ขึ้นหรือลงสำหรับฟันล่าง เบา ๆ ให้เข้าที่
- ใช้นิ้วชี้หรือนิ้วโป้งทั้งสองข้างกดลงบนส่วนฐานหรือบริเวณที่เขี้ยว เพื่อให้รีเทนเนอร์แนบสนิทกับฟัน
- เมื่อเข้าที่แล้วให้ลองเม้มปากเบา ๆ เพื่อเช็กว่าไม่มีส่วนไหนทิ่มเหงือกหรือรู้สึกเจ็บผิดปกติ
วิธีการใส่รีเทนเนอร์แบบใส
สำหรับการใส่รีเทนเนอร์แบบใส หรือที่หลายคนเรียกว่าแบบถอดได้ที่ดูคล้ายเครื่องมือจัดฟันใส จะเน้นขั้นตอนการใส่ที่นุ่มนวล เพื่อไม่ให้ตัวพลาสติกฉีกขาดหรือบิดเบี้ยว ดังนี้
- ล้างมือให้สะอาดและแปรงฟันให้เรียบร้อย เพื่อป้องกันคราบอาหารหรือแบคทีเรียดักจับอยู่ภายใต้รีเทนเนอร์
- ดูให้แน่ใจว่าเป็นรีเทนเนอร์ชิ้นบนหรือชิ้นล่าง โดยหันด้านที่เป็นหลุมฟันให้ตรงกันซี่ฟันของเรา
- ค่อย ๆ นำรีเทนเนอร์เข้าไปในปาก โดยวางตำแหน่งให้ตรงกับฟันหน้าก่อนเป็นอันดับแรก
- เมื่อฟันหน้าเข้าที่แล้วให้ใช้นิ้วชี้หรือนิ้วโป้งค่อย ๆ กด ไล่จากฟันหน้าไปยังฟันกรามทั้งสองข้าง จนรู้สึกว่ารีเทนเนอร์แนบสนิทกับฟันทุกซี่
- ตรวจดูว่าขอบพลาสติกแนบสนิทไปกับเหงือกได้ดี ไม่มีความรู้สึกว่าเผยอหรือกดทับจนเกิดอาการเจ็บเกินไป
วิธีถอดรีเทนเนอร์ที่ถูกต้อง ทำอย่างไร ?
วิธีการถอดรีเทนเนอร์แบบลวด
สำหรับการถอดรีเทนเนอร์แบบลวดสิ่งที่ต้องระวังมากที่สุด คือ การไม่ดึงที่ลวดเส้นหน้า เพราะจะทำให้ลวดเบี้ยวและไม่ล็อกฟัน โดยมีวิธีการถอดที่ถูกต้องดังนี้
- ใช้นิ้วชี้ทั้งสองข้างเกี่ยวบริเวณตะขอโลหะที่เกาะอยู่บนฟันกรามซี่ในสุด ทั้งฝั่งซ้ายและฝั่งขวาพร้อมกัน
- ค่อย ๆ ออกแรงดึงตะขอลงสำหรับรีเทนเนอร์บน หรือดึงขึ้นสำหรับรีเทนเนอร์ล่างให้หลุมออกจากตัวฟันกรามเบา ๆ
- เมื่อส่วนตะขอหลุดออกจากฟันกรามแล้ว ให้ใช้นิ้วประคองส่วนฐานพลาสติกแล้วค่อย ๆ นำรีเทนเนอร์ออกจากปากในแนวตรง
- ห้ามใช้นิ้วเกี่ยวหรือดึงลวดเส้นยาวที่พาดอยู่หน้าฟัน เพราะจะทำให้ลวดผิดรูป ทิ่มเหงือก หรือไม่สามารถใส่กลับเข้าไปให้แนบสนิทเหมือนเดิมได้
- หลังจากถอดเสร็จแล้ว ควรล้างคราบน้ำลายออกด้วยน้ำสะอาดทันที เพื่อป้องกันการเกิดคราบขาวหรือคราบหินปูน
วิธีการถอดรีเทนเนอร์แบบใส
การถอดรีเทนเนอร์แบบใส ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะวัสดุเป็นพลาสติกที่อาจฉีกขาดหรือเสียรูปทรงได้ง่ายหากดึงผิดจุด ซึ่งมีขั้นตอนการถอดง่าย ๆ ดังนี้
- ใช้นิ้วชี้หรือนิ้วโป้งเกี่ยวที่ขอบของรีเทนเนอร์บริเวณด้านในของฟันกรามซี่ในสุด
- ค่อย ๆ ออกแรงงัดขอบรีเทนเนอร์ให้หลุดออกจากฟันกรามทีละน้อย โดยแนะนำให้ทำสลับกันทั้งฝั่งซ้ายและฝั่งขวาเพื่อให้รีเทนเนอร์ค่อย ๆ ขยับตัว
- เมื่อส่วนของฟันกรามทั้งสองข้างเริ่มหลวมแล้ว ให้ใช้นิ้วประคองตัวรีเทนเนอร์แล้วค่อย ๆ ดึงออกจากฟันหน้าเป็นลำดับสุดท้าย
- หลีกเลี่ยงการงัดรีเทนเนอร์จากด้านนอก เพียงข้างเดียวแล้วกระชากออก เพราะแรงบิดจะทำให้รีเทนเนอร์เกิดรอยร้าวหรือฉีกขาดได้ง่าย
- หลังจากถอดรีเทนเนอร์ใสเรียบร้อย ให้ล้างด้วยน้ำสะอาดอุณหภูมิปกติทันที เพื่อไม่ให้น้ำลายแห้งกลายเป็นคราบขาวเกาะติดแน่นจนทำความสะอาดได้ยาก
ใส่รีเทนเนอร์ครั้งแรก มีข้อควรระวังอะไรบ้าง ?
การใส่รีเทนเนอร์ในช่วงแรกอาจต้องใช้เวลาในการปรับตัวเล็กน้อย เพื่อให้ฟันคงสภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีข้อควรระวังดังนี้
- ต้องใส่ให้ครบเวลา ในช่วงแรกต้องใส่ตลอด 24 ชั่วโมง ยกเว้นตอนรับประทานอาหารและแปรงฟัน ตามที่ทันตแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด
- ห้ามใช้ฟันกัดให้เข้าที่ ให้ใช้นิ้วกดเบา ๆ จนลงล็อกเสมอ
- ถอดแล้วต้องเก็บใส่ตลับทันที ห้ามห่อทิชชู่เด็ดขาด เพราะมักจะเผลอทั้งหรือโดนทับจนแตก
- ห้ามล้างด้วยน้ำร้อนหรือต้มรีเทนเนอร์ เพราะพลาสติกจะละลายหรือบิดเบี้ยวจนใส่ไม่ได้
- ห้ามดัดลวดเอง หากรู้สึกว่าหลวมหรือแน่นเกินไปจนเจ็บเหงือก ให้ไปพบทันตแพทย์เพื่อปรับแพ้ ไม่ควรใช้คีมหรือมือดัดเอง
ทำไมใส่รีเทนเนอร์ไม่ได้ เกิดจากอะไร ?
หลายคนอาจเจอปัญหาใส่รีเทนเนอร์ไม่ได้หรือใส่แล้วไม่พอดี ซึ่งมักเกิดจากหลายสาเหตุที่เกี่ยวข้องกับทั้งตัวรีเทนเนอร์และสภาพฟัน ดังนี้
- ฟันเริ่มเคลื่อนตัว เนื่องจากไม่ได้ใส่รีเทนเนอร์ตามระยะเวลาที่กำหนด
- รีเทนเนอร์บิดงอหรือเสียรูป จากการกัด ขบ หรือเก็บไม่ถูกวิธี
- รีเทนเนอร์มีคราบหินปูนหรือสิ่งสกปรกสะสม ทำให้ใส่ได้ไม่สนิท
- ขนาดรีเทนเนอร์ไม่พอดี อาจเกิดจากการใช้งานมานานหรือผลิตคลาดเคลื่อน
- ใส่ผิดด้านหรือใส่ไม่ถูกวิธี ทำให้ไม่สามารถเข้ากับฟันได้พอดี
- มีปัญหาในช่องปาก เช่น ฟันผุ เหงือกอักเสบ หรือมีแผล ทำให้ใส่แล้วเจ็บ
- รีเทนเนอร์ชำรุด แตก หรือหัก ทำให้ไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ
การใส่รีเทนเนอร์ ราคาเท่าไหร่ ?
สำหรับราคาของรีเทนเนอร์จะขึ้นอยู่กับประมาณและคลินิกที่ให้บริการ ซึ่งมักอยู่ในช่วงประมาณ 1,500 – 8,000 บาท/ชิ้น โดยรีเทนเนอร์แบบใสมักมีราคาที่ย่อมเยากว่า แต่มีโอกาสฉีกขาด แตกหัก หรือคราบเหลืองฝังแน่นได้ง่ายกว่า ทำให้หลายคนต้องเสียเงินเปลี่ยนบ่อย ๆ
ส่วนรีเทนเนอร์แบบลวดจะมีราคาที่สูงขึ้นตามความทนทานและลักษณะการใช้งาน เรียกได้ว่าคุ้มค่ากว่าในระยะยาว เพราะมีความทนทานสูงมากและสามารถใช้งานได้นานหลายปี ทั้งนี้ หากมีการทำหายหรือชำรุด ก็อาจมีค่าใช้จ่ายในส่วนทำใหม่เพิ่มเติม
โดยทั่วไปต้องใส่รีเทนเนอร์กี่ปี ถึงจะเลิกใส่ ?
โดยทั่วไปควรใส่รีเทนเนอร์อย่างน้อย 1-2 ปีหลังถอดเหล็ก โดยช่วงแรกต้องใส่ตลอด แล้วค่อยลดเหลือใส่เฉพาะตอนนอน อย่างไรก็ตาม ในทางการแพทย์แนะนำให้ใส่รีเทนเนอร์ในระยะยาวหรือใส่ไปตลอดชีวิต เนื่องจากฟันสามารถเคลื่อนตัวได้ตามธรรมชาติ
ข้อควรปฏิบัติตัวขณะใส่รีเทนเนอร์ มีอะไรบ้าง ?
เพื่อให้รีเทนเนอร์ใช้งานได้นานและช่วงคงสภาพฟันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควรปฏิบัติตัวอย่างเหมาะสม ดังนี้
- ใส่รีเทนเนอร์ตามเวลาที่ทันตแพทย์แนะนำอย่างสม่ำเสมอ
- ถอดออกก่อนรับประทานอาหารและเครื่องดื่มทุกชนิด ยกเว้นน้ำเปล่า
- ทำความสะอาดรีเทนเนอร์ทุกวัน เพื่อลดการสะสมของเชื้อโรคและกลิ่น
- หลีกเลี่ยงการใช้ความร้อน เช่น น้ำร้อน หรือวางไว้ในที่ร้อน
- ไม่กัดหรือขบรีเทนเนอร์เล่น เพื่อลดความเสี่ยงการแตกหัก
- เก็บในกล่องทุกครั้งเมื่อไม่ได้ใช้งาน เพื่อป้องกันการสูญหายหรือเสียหาย
- หากรีเทนเนอร์หลวม แตก หรือใส่แล้วเจ็บผิดปกติ ควรรีบพบทันตแพทย์
ใส่รีเทนเนอร์ กินอะไรได้บ้าง ? สิ่งไหนควรหลีกเลี่ยง
โดยทั่วไปแล้วควรถอดรีเทนเนอร์ก่อนรับประทานอาหาร เพื่อความสะอาดและถนอมเครื่องมือ โดยมีสิ่งที่ควรระวังดังนี้
- เครื่องดื่มร้อน เช่น กาแฟร้อน ชาร้อน หรือซุปร้อน ขณะใส่รีเทนเนอร์
- น้ำหวานและน้ำอัดลม
- หมากฝรั่งหรือขนมเหนียวหนึบ เนื่องจากทำให้ทำความสะอาดได้ยาก และแรงดึงอาจทำให้ลวดเบี้ยวหรือพลาสติกฉีกขาดได้
- อาหารที่มีสีจัด เช่น กาแฟ ชา หรือน้ำผลไม้สีเข้ม
- อาหารแข็ง เหนียว หรือกรุบกรอบ เช่น ถั่ว น้ำแข็ง ลูกอม
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการใส่รีเทนเนอร์
รีเทนเนอร์ต้องใส่ตอนไหนบ้าง ?
ในช่วงแรกหลังถอดเหล็ก ควรใส่รีเทนเนอร์ตลอดทั้งวัน ยกเว้นตอนรับประทานอาหารและแปรงฟัน จากนั้นเมื่อฟันเริ่มคงที่แล้ว สามารถลดลงใส่เฉพาะตอนนอนตามคำแนะนำของทันตแพทย์ได้
ใส่ Retainer หลังจัดฟัน ต้องใส่ตลอดชีวิตไหม ?
โดยหลักการแล้ว ต้องใส่รีเทนเนอร์หลังจัดฟันตลอดชีวิต เนื่องจากฟันสามารถเคลื่อนตัวได้ตลอดเวลา การใส่อย่างสม่ำเสมอจึงช่วยรักษาฟันให้เรียงสวยได้นานที่สุด
การใส่รีเทนเนอร์ ทำให้พูดไม่ชัดจริงไหม ?
ในช่วงของการใส่รีเทนเนอร์อาจมีอาการพูดไม่ชัดเล็กน้อย โดยเฉพาะรีเทนเนอร์แบบลวด แต่เมื่อใส่ไปสักระยะ ลิ้นจะปรับตัวได้และกลับมาพูดได้ตามปกติ
ใส่รีเทนเนอร์แล้วหลวม ต้องทำอย่างไร ?
หากรู้สึกว่ารีเทนเนอร์หลวม ไม่กระชับ หรือหลุดง่าย ควรหยุดใส่และรีบไปพบทันตแพทย์ เพื่อปรับหรือทำใหม่ ไม่ควรฝืนใส่ Retianer ต่อ เพราะอาจทำให้ฟันเคลื่อนผิดตำแหน่ง
สรุปเรื่องการใส่รีเทนเนอร์หลังจัดฟัน
การใส่รีเทนเนอร์เป็นขั้นตอนสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามหลังจัดฟัน เพราะช่วยคงสภาพฟันให้เรียงสวยในระยะยาว โดยควรใส่อย่างสม่ำเสมอ ถอดและใส่ให้ถูกวิธี และดูแลรักษาอย่างเหมาะสม แม้จะต้องใส่ต่อเนื่องเป็นเวลานาน หรือในบางกรณีอาจต้องใส่ไปตลอดชีวิต แต่ก็เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันฟันล้มและหลีกเลี่ยงการจัดฟันซ้ำในอนาคต
EN
ฟันซ้อน คืออะไร เกิดจากอะไร แก้ไขได้ยังไงบ้าง ทันตแพทย์มีคำตอบ
โรคปริทันต์ รักษายังไง? สาเหตุ อาการ วิธีป้องกันเหงือกอักเสบเรื้อรัง
ผ่าฟันคุด ถอนฟันคุดคืออะไร เจ็บไหม ราคาเท่าไหร่ [ดูสรุปรายละเอียด]
ผ่าฟันคุด ราคาเท่าไหร่ เลือกถอนฟันคุดที่ไหนดี ใช้ประกันสังคมได้ไหม ?