รากฟันเทียมอยู่ได้กี่ปี นานไหม ขึ้นอยู่กับอะไร ต้องเปลี่ยนตอนไหน ?

รากฟันเทียมอยู่ได้กี่ปี นานไหม

ระยะเวลาของรากฟันเทียม

โดยทั่วไป รากฟันเทียมผลิตจากวัสดุไทเทเนียมทางการแพทย์หรือเซรามิกและได้รับการฝังอย่างถูกวิธี ทำให้สามารถใช้งานได้ยาวนานหลายสิบปี ตัวรากฟันเทียมจะยึดติดกับกระดูกขากรรไกรอย่างแน่นหนา ทำหน้าที่เสมือนรากฟันธรรมชาติ

อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาการใช้งานจริงอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสุขภาพช่องปาก การดูแลรักษา และพฤติกรรมการใช้งานในชีวิตประจำวัน 

รากฟันเทียมอยู่ได้ตลอดชีวิตไหม ?

รากฟันเทียมสามารถอยู่ได้ตลอดชีวิตในกรณีที่ตัวรากยึดติดกับกระดูกขากรรไกรได้ดีและไม่มีภาวะแทรกซ้อน เนื่องจากวัสดุที่ใช้มีความแข็งแรงและทนทานสูง อย่างไรก็ตาม ในการใช้งานจริง อายุการใช้งานของรากฟันเทียมจะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย หากละเลยการดูแลหรือมีปัจจัยเสี่ยง อาจทำให้อายุการใช้งานสั้นลง และต้องเข้ารับการรักษาหรือเปลี่ยนบางส่วนในอนาคต 

รากฟันเทียมอยู่ได้กี่ปี อยู่ได้นานแค่ไหน ?

โดยทั่วไปรากฟันเทียมสามารถใช้งานได้ประมาณ 20 ปีขึ้นไป และในหลายกรณีอาจอยู่ได้นานตลอดชีวิต หากได้รับการฝังอย่างถูกต้องและมีการดูแลสุขภาพช่องปากอย่างสม่ำเสมอ 

นอกจากนี้ อายุการใช้งานของรากฟันเทียมอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพเหงือกและกระดูกขากรรไกร พฤติกรรมการใช้ฟัน รวมถึงการเข้ารับการตรวจติดตามผลกับทันตแพทย์อย่างต่อเนื่อง

คลิกอ่านข้อมูลรากฟันเทียมแบบต่าง ๆ

ปัจจัยอะไรบ้างที่มีผลต่ออายุการใช้งานรากฟันเทียม

อายุการใช้งานของรากฟันเทียมไม่ได้ขึ้นอยู่กับวัสดุเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีหลายปัจจัยที่ส่งผลโดยตรงต่อความแข็งแรง ความคงทน และระยะเวลาการใช้งานในระยะยาว ดังนี้

  • คุณภาพและชนิดของรากฟันเทียม วัสดุที่ได้มาตรฐานทางการแพทย์ มีความแข็งแรงและเข้ากันได้ดีกับร่างกาย จะช่วยให้รากฟันเทียมยึดติดกับกระดูกได้ดีและใช้งานได้นานขึ้น
  • ประสบการณ์ของทันตแพทย์ การผ่าตัดรากฟันเทียมต้องอาศัยความแม่นยำ หากทันตแพทย์มีประสบการณ์และวางตำแหน่งได้ถูกต้อง จะช่วยลดความเสี่ยงของปัญหาในระยะยาว
  • สภาพกระดูกขากรรไกรและเหงือก ผู้ที่มีกระดูกขากรรไกรแข็งแรง เหงือกสุขภาพดี จะช่วยให้รากฟันเทียมยึดติดแน่นและรองรับแรงบดเคี้ยวได้ดี
  • การดูแลสุขภาพช่องปากหลังทำรากฟันเทียม การแปรงฟัน ใช้ไหมขัดฟัน และทำความสะอาดรอบรากฟันเทียมอย่างถูกวิธี จะช่วยลดการสะสมของแบคทีเรียและการอักเสบ
  • พฤติกรรมการใช้ฟันในชีวิตประจำวัน การกัดฟัน เคี้ยวของแข็ง หรือใช้ฟันผิดวิธี อาจทำให้รากฟันเทียมรับแรงมากเกินไป ส่งผลให้อายุการใช้งานสั้นลง
  • พฤติกรรมสุขภาพโดยรวม เช่น การสูบบุหรี่หรือมีโรคประจำวันบางชนิด อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการอักเสบและการสูญเสียการยึดเกาะของรากฟันเทียม
  • การเข้ารับการตรวจติดตามผลอย่างสม่ำเสมอ การพบทันตแพทย์ตามนัด จะช่วยให้สามารถตรวจพบปัญหาได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น และแก้ไขได้ก่อนจะกระทบต่ออายุการใช้งานของรากฟันเทียม 

คลิกอ่านเพิ่มเติม :  รากฟันเทียมมีกี่แบบ แตกต่างกันอย่างไร แบบไหนเหมาะกับเรา

กรณีไหนควรเปลี่ยนรากฟันเทียม ?

แม้ว่ารากฟันเทียมจะมีความแข็งแรงและออกแบบมาให้ใช้งานได้ยาวนาน แต่ในบางกรณีอาจเกิดปัญหาที่ส่งผลต่อการใช้งานและสุขภาพช่องปาก จึงจำเป็นต้องพิจารณาเปลี่ยนหรือรักษาเพิ่มเติม โดยกรณีที่ควรเข้าพบทันตแพทย์เพื่อประเมินการเปลี่ยนรากฟันเทียม มีดังนี้

  • เกิดการอักเสบรอบรากฟันเทียมอย่างรุนแรง เช่น เหงือกบวม เจ็บ มีหนอง หรือมีกลิ่นผิดปกติ ซึ่งอาจนำไปสู่การสูญเสียกระดูกบริเวณรอบราก
  • รากฟันเทียมไม่ยึดติดกับกระดูกขากรรไกร หรือเกิดการโยกคลอน ส่งผลให้ไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ
  • มีอาการปวดเรื้อรังหรือไม่สบายบริเวณรากฟันเทียม แม้ผ่านระยะพักฟื้นไปแล้ว ซึ่งอาจบ่งบอกถึงปัญหาภายใน
  • ครอบฟันหรือโครงสร้างส่วนบนชำรุดรุนแรง แตก หัก หรือหลวม จนไม่สามารถซ่อมแซมได้
  • โครงสร้างกระดูกและเหงือกเปลี่ยนแปลงมาก ทำให้ตำแหน่งรากฟันเทียมไม่เหมาะสมกับการใช้งานอีกต่อไป 
  • เกิดอุบัติเหตุหรือแรงกระแทกรุนแรงบริเวณช่องปาก ที่ส่งผลกระทบต่อรากฟันเทียม

หากพบอาการผิดปกติดังกล่าว ควรรีบเข้าพบทันตแพทย์เพื่อตรวจประเมินอย่างละเอียด เพื่อพิจารณาแนวทางการรักษาหรือการเปลี่ยนรากฟันเทียมให้เหมาะสมที่สุด 

คลิกอ่านเพิ่มเติม: รากฟันเทียมยี่ห้อไหนดี เหมาะสมที่สุด ให้ทันตแพทย์แนะนำให้กับคุณ

วิธีดูแลรากฟันเทียมที่ถูกต้อง ให้ใช้งานได้นานขึ้น

การดูแลรากฟันเทียมอย่างถูกวิธี เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยยืดอายุการใช้งาน ลดความเสี่ยงของการอักเสบ และทำให้สามารถใช้งานได้ใกล้เคียงฟันธรรมชาติในระยะยาว โดยมีแนวทางการดูแลดังนี้

  • แปรงฟันอย่างสม่ำเสมอและถูกวิธี อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง เพื่อป้องกันคราบแบคทีเรียสะสมรอบรากฟันเทียมและเหงือก
  • ใช้ไหมขัดฟันหรือแปรงซอกฟันเป็นประจำ เพื่อทำความสะอาดบริเวณซอกฟันและรอบรากฟันเทียม ซึ่งเป็นจุดที่แปรงสีฟันเข้าไม่ถึง
  • เลือกใช้อุปกรณ์ทำความสะอาดฟันที่เหมาะสม เช่น แปรงสีฟันขนนุ่ม หรือน้ำยาบ้วนปากที่ไม่ระคายเคืองต่อเหงือก
  • หลีกเลี่ยงการกัดหรือเคี้ยวของแข็ง เช่น น้ำแข็ง กระดูก หรือการใช้ฟันเปิดสิ่งของ เพื่อลดแรงกดที่อาจทำให้รากฟันเทียมเสียหาย
  • งดหรือหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ เพราะส่งผลต่อการหายของแผลและเพิ่มความเสี่ยงต่อการอักเสบรอบรากฟันเทียม
  • เข้ารับการตรวจสุขภาพช่องปากตามนัดอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ทันตแพทย์ตรวจเช็กความแข็งแรงของรากฟันเทียมและแก้ไขปัญหาได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
  • สังเกตอาการผิดปกติของตนเองอยู่เสมอ หากมีอาการปวด บวม หรือรากฟันเทียมหลวม ควรรีบเข้าพบทันตแพทย์

การเลือกคลินิกทันตกรรม มีผลต่ออายุการใช้งานรากฟันเทียมไหม ?

การเลือกคลินิกทันตกรรมมีผลโดยตรงต่ออายุการใช้งานของรากฟันเทียม ตั้งแต่ขั้นตอนการวางแผนรักษา การประเมินสภาพกระดูกและเหงือก ไปจนถึงเทคนิคการฝังรากฟันเทียม 

หากคลินิกมีมาตรฐาน ใช้เครื่องมือที่ทันสมัย และมีทันตแพทย์เฉพาะทาง จะช่วยให้รากฟันเทียมยึดติดกับกระดูกได้อย่างมั่นคง ลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน และทำให้สามารถใช้งานได้ยาวนานในระยะยาว 

คลิกอ่านเพิ่มเติม : ทำรากฟันเทียมที่ไหนดี ปลอดภัย มีคุณภาพดีที่สุด โดยทันตแพทย์มหิดล

รีวิวการรักษารากฟันเทียม ที่ Smile & Co Dental Clinic

เคสรากฟันเทียม-straumaan-veneers
เคสรากฟันเทียม Astratech ฝังบริเวณฟันหน้า 3 ซี่ ร่วมกับการปลูกกระดูกแบบ particulate bone graft

ข้อดีของคลินิก Smile & Co Dental Clinic

  • มีทันตแพทย์เฉพาะทางด้านรากฟันเทียม มีประสบการณ์ยาวนาน
  • ใช้รากฟันเทียมและวัสดุทางทันตกรรมที่ได้มาตรฐานระดับสากล
  • มีการวางแผนรักษาด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ช่วยเพิ่มความแม่นยำและความปลอดภัย
  • ให้ความสำคัญกับการดูแลหลังการรักษา พร้อมติดตามผลอย่างต่อเรื่อง
  • คลินิกสะอาด ทันสมัย ได้มาตรฐานด้านความปลอดภัยและการควบคุมการติดเชื้อ
  • ทีมงานให้คำแนะนำอย่างละเอียด ใส่ใจผู้รับบริการทุกขั้นตอน
  • มีราคาสมเหตุสมผล โปร่งใส ชัดเจน 

คลิกดูรีวิวรักษารากฟันเทียม

ข้อควรระวังการใช้งานรากฟันเทียม

แม้ว่ารากฟันเทียมจะมีความแข็งแรงและสามารถใช้งานได้ใกล้เคียงฟันธรรมชาติ แต่การใช้งานอย่างไม่ระมัดระวัง อาจส่งผลให้อายุการใช้งานสั้นลงหรือเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ 

ผู้ที่ทำรากฟันเทียมจึงควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยง และใส่ใจการดูแลสุขภาพช่องปากอย่างสม่ำเสมอ หากมีอาการผิดปกติ เช่น ปวด บวม หรือรากฟันเทียมหลวม ควรรีบเข้าพบทันตแพทย์เพื่อรับการตรวจและรักษาอย่างเหมาะสม 

สรุปเรื่องรากฟันเทียมอยู่ได้กี่ปี

รากฟันเทียมอยู่ได้กี่ปี คำตอบคือ โดยเฉลี่ยสามารถใช้งานได้ 20 ปีขึ้นไป และในหลายกรณีอาจอยู่ได้นานตลอดชีวิต หากได้รับการฝังอย่างถูกต้อง เลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน และดูแลสุขภาพช่องปากอย่างเหมาะสม 

อายุการใช้งานของรากฟันเทียมจึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับวัสดุเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงพฤติกรรมการใช้ฟันและการตรวจติดตามผลอย่างสม่ำเสมอ การใส่ใจตั้งแต่ต้นจะช่วยให้รากฟันเทียมแข็งแรง ใช้งานได้นาน และคุ้มค่าในระยะยาว 

Line chat facebook chat call to clinic

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ หากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาเว็บไซต์ได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณ เพื่อให้เราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหาให้เหมาะสมกับความสนใจของคุณ หากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาให้ตรงกับความสนใจของคุณได้
    รายละเอียดคุกกี้

บันทึกการตั้งค่า