ฟันไม่สวย อยากจัดฟัน เพิ่มความมั่นใจ จะเลือกจัดฟันแบบไหนดี เพราะปัจจุบันการจัดฟันมีให้เลือกหลายแบบ แล้วแบบไหนที่จะเหมาะกับตัวเราที่สุด สามารถแก้ปัญหาได้ตรงจุด ตอบโจทย์ทั้งระยะเวลาในการรักษาและราคาที่สมเหตุสมผล


จัดฟันแบบโลหะ
การจัดฟันแบบโลหะ (Metal Braces) คือ หนึ่งในวิธีการจัดฟันที่ได้รับความนิยมที่สุดวิธีหนึ่ง เป็นการติดเครื่องมือจัดฟันชนิดโลหะลงบนผิวหน้าฟันแต่ละซี่ จากนั้นจะใช้ลวดจัดฟันเชื่อมระหว่างเครื่องมือและฟันเพื่อค่อย ๆ เคลื่อนฟันไปยังตำแหน่งที่ต้องการตามแพทย์วางแผนไว้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งวิธีนี้เป็นวิธีจัดฟันที่มีประสิทธิภาพสูงและเหมาะกับทุกปัญหาฟัน เช่น ฟันเก ฟันซ้อน หรือฟันสบผิดปกติ ข้อดีคือทนทานและราคาถูกกว่าการจัดฟันแบบอื่นครับ

จัดฟันแบบโลหะ ช่วยแก้ปัญหาการเรียงตัวของฟันที่ไม่เป็นระเบียบ ให้เรียงตัวสวยเป็นระเบียบตามที่ต้องการ และยังช่วยปรับรูปหน้าให้ดูเรียว และการจัดฟันแบบโลหะยังถือเป็นแฟชั่น จึงไม่น่าแปลกใจที่เห็นวัยรุ่น ดารา นักร้อง นักแสดง และคนทั่วไปนิยมทำกัน
หากใคร กำลังหาข้อมูลจัดฟัน คุณหมอขอแนะนำให้อ่านข้อมูลการจัดฟันกับทาง smile and co dental clinic ก่อน เพื่อให้ มีข้อมูลที่พร้อมก่อนการตัดสินใจ คุณหมอเตรียมไว้ให้ 2 บทความสำคัญครับ
จัดฟันแบบโลหะ มีกี่แบบ
การจัดฟันแบบโลหะมี 2 แบบ คือ
- จัดฟันโลหะแบบรัดยาง (Metal braces) เป็นการจัดฟันแบบโลหะธรรมดา ใช้เครื่องมือจัดฟันโลหะติดบนผิวฟัน ซึ่งลวดจัดฟันจะถูกรัดอยู่ในตัวแบร็คเก็ตด้วยยางจัดฟัน เพื่อให้ฟันมีการเคลื่อนที่ถูกต้อง ตรงตำแหน่งตามที่ทันตแพทย์กำหนดไว้
- จัดฟันแบบดามอน (Damon) เป็นการจัดฟันที่ไม่ต้องใส่ยางจัดฟัน เพราะเครื่องมือจัดฟันแบบดามอนถูกออกแบบให้มีคลิปล็อคลวดจัดฟันอยู่ในตัวแบร็คเก็ต ทำให้ฟันเคลื่อนตัวไปยังตำแหน่งที่ทันตแพทย์กำหนดไว้ได้ง่าย ลดแรงกดที่เกิดจากยางจัดฟัน ทำให้รู้สึกเจ็บน้อยกว่า


อ่านเพิ่มเติม : จัดฟันแบบดามอน ไร้ยาง ไม่พบคุณหมอบ่อย เจ็บน้อยสวยเร็ว
จัดฟันแบบโลหะ แตกต่างอย่างไรกับการจัดฟันชนิดใส
ความแตกต่างระหว่างการจัดฟันแบบโลหะกับการจัดฟันแบบใส คือ เครื่องมือที่ใช้มีความแตกต่างกัน
จัดฟันแบบโลหะ นั้นจะไม่สามารถถอดเครื่องมือออกได้ การทำความความสะอาดช่องปากจึงทำได้ยากกว่า ต้องระมัดระวังเรื่องการรับประทานอาหาร ใช้ระยะเวลาการจัดฟันประมาณ 2-3 ปี ขึ้นอยู่กับปัญหาสุขภาพฟันและโครงสร้างฟันของแต่ละบุคคล และมีราคาถูกกว่าการจัดฟันแบบใส
จัดฟันแบบใส ด้วยความที่เครื่องมือที่ใช้ทำจากพลาสติก มีความบางและใส เวลาสวมใส่แทบจะไม่สังเกตเห็นว่ากำลังจัดฟันอยู่ และสามารถถอดเครื่องมือออกได้ ไม่ระคายเคืองปาก และยังสามารถรับประทานอาหาร ทำความสะอาดฟันได้ตามปกติ ใช้ระยะเวลาการจัดฟันประมาณ 6 เดือน-2 ปี ขึ้นอยู่กับปัญหาสุขภาพฟันและโครงสร้างฟันของแต่ละบุคคล และมีราคาสูงกว่าการจัดฟันแบบโลหะ


นอกจากนี้ยังมีการจัดฟันแบบเซรามิก ที่เหมือนกับการจัดฟันแบบโลหะ คือมีการติดเครื่องมือแบร็คเก็ตและใช้ลวดบังคับแรงและทิศทางในการเคลื่อนที่ของฟัน
จะแตกต่างก็ตรงการจัดฟันแบบเซรามิก จะมีความกลมกลืนกับสีของฟันมาก จนสังเกตได้ยากว่ากำลังจัดฟันอยู่หรือไม่ จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการจัดฟัน แต่ไม่อยากให้คนอื่นสังเกตเห็น ใช้ระยะเวลาการจัดฟันประมาณ 2 ปีขึ้นไป ขึ้นอยู่กับปัญหาสุขภาพฟันและโครงสร้างฟันของแต่ละบุคคล และมีราคาสูงกว่าการจัดฟันแบบโลหะ

ข้อดีของการจัดฟันแบบโลหะ
- ช่วยให้ฟันที่เก ซ้อน ห่าง เรียงตัวสวยงามเป็นระเบียบตามต้องการ
- ช่วยเพิ่มความมั่นใจ ทำให้บุคลิกภาพดีขึ้น กล้าพูด กล้าพบปะกับผู้คนมากขึ้น
- ช่วยทำให้การเคี้ยวอาหารดีขึ้น และการสบฟันดีขึ้น
- ช่วยทำให้สุขภาพปากและฟันดีขึ้น เพราะทำความสะอาดเข้าถึงทุกซี่ จึงทำให้ฟันผุน้อยลง
- ช่วยให้กลิ่นปากลดลง เพราะทำความสะอาดช่องปากทั่วถึง
- ช่วยปรับรูปให้ดูเรียวขึ้น
ข้อเสียการจัดฟันแบบโลหะ
- จะรู้สึกตึงๆปากและเจ็บในช่วงจัดฟันและช่วงการเคลื่อนของฟัน
- ช่วงที่จัดฟันอยู่จะทำความสะอาดฟันยากกว่าปกติ ซึ่งอาจส่งผลทำให้มีกลิ่นปากและฟันผุได้
- หลังจัดฟันก็ยังต้องใส่รีเทนเนอร์
- พบทันตแพทย์บ่อย และใช้เวลานาน 1-3 ปี อยู่กับปัญหาของแต่ละบุคคล
- ค่าใช้จ่ายสูง ถึงแม้เทียบการจัดฟันแบบอื่นจะถูกกว่าก็ตาม
ใครบ้างที่ควรจัดฟันแบบโลหะ
- ผู้ที่มีฟันซ้อน ฟันเก หรือฟันไม่เรียงตัวเป็นระเบียบ
- ผู้ที่มีปัญหาฟันสบผิดปกติ เช่น สบฟันลึก สบฟันเปิด สบฟันคร่อม
- ผู้ที่อยากจัดฟันในราคามาตรฐาน ไม่แพงเท่าการจัดฟันแบบใส
ประโยชน์ของการจัดฟันแบบโลหะ
จัดฟันแบบโลหะพบเห็นได้บ่อย และยังคงได้รับความนิยม ด้วยข้อดีที่นอกจากช่วยแก้ปัญหาฟันได้ทุกรูปแบบ เช่น ฟันเก ฟันซ้อน ฟันยื่น ฟันห่าง ฟันล้ม ให้ฟันกลับมาเรียงสวยเป็นระเบียบ สามารถสบฟันหรือบดเคี้ยวอาหารได้ดีขึ้น ช่วยเพิ่มความมั่นใจแล้ว การจัดฟันแบบโลหะยังมีราคาถูกกว่าการจัดฟันประเภทอื่น ๆ ทำให้คนส่วนใหญ่นิยมเลือกจัดฟันแบบโลหะ

หลาย ๆ คนที่จัดฟันแบบโลหะยังชื่นชอบและสนุกกับการเลือกสียางจัดฟัน และเปลี่ยนสีสันไปเรื่อย ๆ ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนยาง เรียกได้ว่าเป็นแฟชั่นอย่างหนึ่งของการจัดฟันแบบโลหะเลยก็ว่าได้ ซึ่งโทนสีของยางจัดฟันที่มีให้เลือกหลากหลายสีนั้น ยังสามารถบ่งบอกบุคลิกและนิสัยของแต่ละบุคคลได้อีกด้วย
เริ่มจัดฟันได้อายุเท่าไหร่
การจัดฟันไม่ใช่เรื่องแปลก สามารถทำได้ตั้งแต่วัยรุ่นไปจนถึงวัยผู้ใหญ่ ที่มีปัญหาการสบฟันและฟันไม่เรียงตัวสวยตามต้องการ วัยที่ควรเริ่มจัดฟันควรทำในเด็กที่มีฟันแท้ขึ้นครบแล้ว อายุราว ๆ 11-13 ปี
ขั้นตอนการจัดฟันแบบโลหะ
- ปรึกษาทันตแพทย์ ตรวจวินิจฉัยโครงสร้างฟัน ทำประวัติก่อนการจัดฟัน ได้แก่ พิมพ์ฟัน ถ่ายรูป และถ่าย x-ray ทราบข้อดี-ข้อเสียเกี่ยวกับการจัดแบบโลหะ และการจัดฟันแบบอื่น ๆ เพื่อเปรียบเทียบก่อนตัดสินใจ
- เคลียร์ช่องปากก่อนจัดฟัน เช่น ขูดหินปูน, ถอนฟัน, อุดฟัน, ผ่าฟันคุด เป็นต้น
- นัดหมายติดเครื่องมือจัดฟัน
- หลังจากติดเครื่องมือจัดฟัน ทันตแพทย์จะนัดปรับลวดประมาณ 1 เดือนครึ่ง-2 เดือนครั้ง
- เมื่อจัดฟันเสร็จทันตแพทย์จะถอดเครื่องมือจัดฟัน แล้วจะพิมพ์ฟันทำรีเทนเนอร์ ซึ่งมีหลากหลายแบบ ได้แก่ รีเทนเนอร์แบบใส รีเทนเนอร์แบบลวด รีเทนเนอร์แบบติดแน่น และรีเทนเนอร์แบบโลหะ เพื่อใช้คงสภาพฟัน ซึ่งควรใส่ตามที่ทันตแพทย์แนะนำ เพื่อไม่ให้ฟันเคลื่อนกลับไปตำแหน่งเดิม
- ตรวจสุขภาพฟันเป็นประจำทุกปีหลังจัดฟันเสร็จ เพื่อให้ฟันเรียงตัวสวยและแข็งแรง และลดปัญหาในช่องปาก

อ่านเพิ่มเติม : รีเทนเนอร์ คืออะไร มีกี่แบบ ไม่ใส่ได้ไหม ดูแลอย่างไร
ระยะเวลาในการจัดฟันแบบโลหะ
การจัดฟัน ประเภทโลหะ มี 2 แบบครับ แบบ ใช้ยาง กับไม่ใช้ยาง ระยะเวลาที่ใช้ในการจัดฟันก็แตกต่างกันด้วยครับ
จัดฟันโลหะแบบรัดยาง (Metal braces) จะใช้ระยะเวลาประมาณ 2-3 ปี ขึ้นอยู่กับปัญหาสุขภาพฟันและโครงสร้างฟันของแต่ละบุคคล
จัดฟันแบบดามอน (Damon) จะใช้ระยะเวลาประมาณ 1-3 ปี ขึ้นอยู่กับปัญหาสุขภาพฟันและโครงสร้างฟันของแต่ละบุคคล
จัดฟันโลหะราคาเท่าไหร่
การจัดฟันแบบโลหะ ถึงจะราคาไม่สูงเท่าการจัดฟันแบบอื่น แต่ก็ถือว่าราคายังสูงอยู่พอสมควร ซี่งราคาการจัดฟันแบบโลหะจะอยู่ที่ประมาณ 39,000 – 48,000 บาท ซึ่งปัจจุบันทางคลินิกหรือโรงพยาบาลมีระบบผ่อนชำระสำหรับคนที่ไม่สะดวกจ่ายเงินสด เช่น แบ่งชำระผ่อนจ่ายเดือนละ 1,500 บาท
สำหรับข้อมูลอัตราค่าบริการรักษา คุณหมอได้รวมไว้ที่นี่ครับ
ก่อน ระหว่าง หลังจัดฟันแบบโลหะ ดูแลอย่างไร กินอะไรได้บ้าง
ก่อนจัดฟันต้องมีการเตรียมปรึกษาทันตแพทย์ ตรวจวินิจฉัยโครงสร้างฟัน ทำประวัติก่อนการจัดฟัน ได้แก่ พิมพ์ฟัน ถ่ายรูป และถ่าย x-ray เคลียร์ช่องปาก เช่น ขูดหินปูน ถอนฟัน อุดฟัน ให้เรียบร้อย
ระหว่างจัดฟัน ควรดูแลใส่ใจเรื่องความสะอาดเป็นพิเศษ ใช้แปรงสีฟันสำหรับคนจัดฟันและใช้ไหมขัดฟัน เพื่อป้องกันปัญหาฟันผุและกลิ่นปาก หลีกเลี่ยงอาหารที่มีความแข็ง เหนียว ชิ้นใหญ่เกินไป หรือต้องใช้ฟันกัดแทะ เพราะอาจจะทำให้เครื่องมือหลุดได้ ควรเลือกรับประทานอาหารอ่อน เคี้ยวง่าย เพื่อป้องกันไม่ให้เหงือกและฟันระบบจากการต้องใช้เเรงบดเคี้ยวมาก ๆ และควรไปพบทันตแพทย์ตามนัดหมายเพื่อตรวจการเคลื่อนตัวของฟันและเครื่องมือจัดฟันอยู่เสมอ
หลังจัดฟัน ถอดอุปกรณ์จัดฟันเรียบร้อยแล้ว ในช่วง 1-2 ปีแรกจะต้องใส่รีเทนเนอร์ตลอดเวลา ยกเว้นตอนรับประทานอาหารและทำความสะอาดฟัน และควรกลับมาพบทันตแพทย์เพื่อตรวจเช็คสุขภาพฟันเป็นประจำทุก 6 เดือน และหมั่นดูเเลสุขภาพช่องปากอย่างสม่ำเสมอ
รีวิวจัดฟันแบบโลหะ
จัดฟันแบบโลหะ ถือว่า เป็นการจัดฟันที่คนนิยม เริ่มตั้งแต่วัยรุ่นไปจนถึงวัยผู้ใหญ่ เพราะปัจจุบัน การจัดฟันถือว่าเป็นแฟชันอย่างหนึ่ง แทนที่จะดูน่าเกลียดแต่กลับทำให้คนที่จัดฟันแบบโลหะ กลายเป็นคนน่าสนใจขึ้นมาทันที
จึงไม่น่าแปลกที่เราจะเห็น ทั้งวัยรุ่น ดารา นักแสดง ออกมารีวิวการจัดฟันโลหะกันเยอะ หรือพูดง่ายๆว่า ออกมารีวิวเพื่อโชว์ไลฟ์สไตล์ในการจัดฟัน ว่าเป็นคนรักสุขภาพ และทำให้รูปหน้าเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นด้วย
หากใครสนใจที่จัดฟันแบบโลหะ ก็สามารถค้นหาคำว่า “รีวิวจัดฟันโลหะ” ก็จะมีรีวิวขึ้นมาให้อ่านเยอะแยะเลย หรือไม่ก็เข้าไปดูตามเว็บไซต์ของคลินิกก็จะมีบทความรีวิวของลูกค้าที่เคยมาจัดฟันแบบโลหะ หรือดูรีวิวการจัดฟันแบบโลหะ ที่ Smile And Co Dental Clinic ด้านล่างนี้




ข้อควรปฏิบัติในช่วงจัดฟันแบบโลหะ
- ในช่วงที่จัดฟัน เวลารับประทานอาการมักจะมีเศษอาหารติดฟัน ซึ่งทำความสะอาดยาก ผู้จัดฟันควรเอาใจใส่ในการทำความสะอาดให้มากขึ้น เพื่อป้องกันกลิ่นปากและปัญหาฟันผุ
- เพื่อลดความเสียหายของฟัน ช่วงจัดฟันควรงดอาหารที่แข็ง เหนียว เคี้ยวยากไปเลยจะดีกว่า
- เพื่อให้การจัดฟันเสร็จตามกำหนด ควรไปพบทันตแพทย์เพื่อตรวจการเคลื่อนตัวของฟันและเครื่องมือการจัดฟันอยู่เสมอ เพราะหากไม่ไปพบทันตแพทย์ตามกำหนดอาจะทำให้ต้องใช้ระยะเวลาในการจัดฟันนานขึ้น และอาจเกิดปัญหาในช่องปากเพิ่มขึ้นอีกด้วย
จัดฟันแบบโลหะ ถึงแม้ว่าจะมีค่าใช้จ่ายถูกกว่าการจัดฟันแบบอื่น แต่เพื่อให้การจัดฟันมีประสิทธิภาพสูงสุดและเหมาะกับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต ควรเลือกการจัดฟันที่เหมาะกับตัวคุณมากที่สุดจะดีกว่า เพราะการจัดฟันไม่ว่าแบบไหนก็ต้องใช้ระยะเวลาหลายปี
ซึ่งมันจะติดตัวเราตลอด จึงควรเลือกเครื่องมือจัดฟันที่สะดวกต่อการใช้ชีวิตจะดีที่สุด หากมีความกังวลเรื่องราคา ปัจจุบันก็สามารถผ่อนชำระเป็นรายเดือนได้
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการจัดฟันแบบโลหะ
อุดฟันด้วยโลหะมาแล้ว จะสามารถจัดฟันแบบโลหะได้ไหม
คนที่เคยอุดฟันด้วยวัสดุโลหะก็สามารถจัดฟันได้ตามปกติครับ เพียงแค่ต้องให้ทันตแพทย์ตรวจเช็กสภาพฟันก่อนเริ่มการจัดฟันอย่างละเอียด
ต้องใส่รีเทนเนอร์หลังจัดฟันแบบโลหะตลอดจัดฟันไหม
ทันตแพทย์แนะนำว่าหลังจัดฟันในช่วง 6 เดือนแรก ให้ใส่รีเทนเนอร์ตลอดทั้งวัน และถอดเฉพาะเวลาแปรงฟันหรือรับประทานอาหาร หลังจาก 6 เดือน สามารถลดระยะเวลาในการใส่รีเทนเนอร์ลงได้ อาจจะใส่แค่ตอนนอน 10-12 ชั่วโมงเท่านั้น รายละเอียดส่วนนี้ควรให้ทันตแพทย์ช่วยประเมินครับ
งบ 5000 บาท สามารถจัดฟันแบบโลหะได้ไหม
งบ 3,000-5,000 บาท เพียงพอสำหรับชำระค่าใช้จ่ายในการจัดฟันงวดแรกครับ เพราะการจัดฟันที่ Smile & Co Dental สามารถผ่อนจ่ายเป็นรายงวดได้ แต่ในระยะยาวทางทันตแพทย์จะช่วยประเมินแผนการรักษาให้อีกครั้ง ทำให้อาจจะต้องเตรียมเงินในระยะยาวสัก 30,000-50,000 บาท สำหรับการจัดฟันโลหะ
EN
ผ่าฟันคุด ถอนฟันคุดคืออะไร เจ็บไหม ราคาเท่าไหร่ [ดูสรุปรายละเอียด]
ผ่าฟันคุด ราคาเท่าไหร่ เลือกถอนฟันคุดที่ไหนดี ใช้ประกันสังคมได้ไหม ?