การจัดฟัน คืออะไร มีกี่แบบ
ครบทุกเรื่อง ที่คนยังไม่จัดฟันควรรู้ !

จัดฟัน ดัดฟัน แก้ปัญหาฟันไม่สวย

การจัดฟัน สามารถแก้ไขปัญหาฟันไม่สวย ฟันหน้ายื่น ฟันซ้อน ฟันเก ยิ้มไม่มั่นใจ กัดฟันไม่ได้ ให้หมดไปได้ครับ 

ปัจจุบันการจัดฟันมีราคาที่ค่อนข้างหลากหลาย สามารถเลือกชนิดเครื่องมือได้ตามความเหมาะสม ตาม Life Style ของแต่ละบุคคล 
เช่น การจัดฟันเซรามิก จัดฟันแบบโลหะ จัดฟันแบบดามอน (Damon) หรือจัดฟันแบบใส Invisalign 

โดยคนไข้สามารถอ่านรายละเอียด เทคนิคเลือกคลินิกจัดฟันที่ไหนดี และราคาจัดฟันได้ด้านล่างนี้ครับ

เลือกหัวข้ออ่านการจัดฟัน
จัดฟัน-คืออะไร-ช่วยอะไรบ้าง

การจัดฟัน คืออะไร ?

การจัดฟัน (Orthodontics) คือ การรักษาทันตกรรมเฉพาะทางสาขาหนึ่ง ในการวิเคราะห์ วินิจฉัยและวางแผนป้องกันรักษาความผิดปกติ ของการเรียงฟัน การสบฟัน รวมถึงปัญหาที่เกี่ยวกับขากรรไกรที่จำเป็นต้องสัมพันธ์กับใบหน้า

เป็นการรักษาเพื่อให้มีการสบฟันที่ดีขึ้น การบดเคี้ยวอาหารมีประสิทธิภาพ ลดปัจจัยเสี่ยงในการเกิดฟันผุหรือโรคเหงือกอันเนื่องมาจาก ฟันเรียงตัวผิดปกติ ฟันซ้อนเกหรือแปรงฟันไม่ทั่วถึง และหลีกเลี่ยงการเกิดรอยสึกของฟันจากการเรียงฟันหรือการสบฟันที่ไม่เหมาะสม นอกจากนี้ การจัดฟันยังช่วยเสริมความมั่นใจให้กับรอยยิ้ม เสริมบุคลิกภาพ จากการที่มีฟันเรียงกันสวยงามครับ

การจัดฟัน(Orthodontics) คือการรักษาทันตกรรมเฉพาะทาง สาขาหนึ่งในการวิเคราะห์วินิจฉัยและวาง แผนป้องกันรักษาความผิดปกติของการ เรียงฟันการสบฟันรวมถึงปัญหาที่เกี่ยวกับขากรรไกรที่จำเป็นต้องสัมพันธ์กับใบหน้า เป็นการรักษาเพื่อให้ มีการสบฟันที่ดีขึ้น การบดเคี้ยว อาหารมีประสิทธิภาพลด ปัจจัยเสี่ยงในการเกิดฟันผุหรือโรคเหงือกอัน เนื่องมาจากฟันเรียงตัวผิดปกติฟัน ซ้อนเกหรือแปรงฟันไม่ทั่วถึงและ หลีกเลี่ยงการเกิดรอยสึกของฟันจาก การ เรียงฟัน หรือการสบฟันที่ไม่เหมาะสม นอกจากนี้การจัดฟันยังช่วยเสริมความ มั่นใจให้กับรอยยิ้มเสริมบุคลิกภาพจาก การที่มี ฟันเรียงกันสวยงาม

จัดฟัน ช่วยเรื่องอะไรบ้าง ?

ผลลัพธ์-หลังจัดฟัน-เป็นอย่างไร

จัดฟัน ช่วยเรื่องอะไรบ้าง ?

ผลลัพธ์หลังจัดฟัน ฟันเรียงตัวสวย มีสุขภาพช่องปากที่ดีมากยิ่งขึ้น

การจัดฟันไม่ใช่แค่เพื่อความสวยงามของรอยยิ้มเท่านั้น แต่ยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพช่องปากและการใช้ชีวิตประจำวันหลายด้าน ดังนี้

  • แก้ปัญหาฟันซ้อนเก ทำให้ฟันเรียงตัวสวยงามขึ้น
  • ปรับการสบฟันให้ถูกต้อง ลดปัญหาฟันสบลึก ฟันสบเปิด หรือฟันยื่น
  • ช่วยให้การเคี้ยวอาหารมีประสิทธิภาพขึ้น ลดการใช้แรงฟันผิดปกติ
  • ป้องกันปัญหาสุขภาพช่องปาก ลดโอกาสฟันผุและเหงือกอักเสบ
  • ช่วยปรับโครงหน้าและรอยยิ้ม ทำให้ใบหน้าสมดุลและมั่นใจมากขึ้น
  • ช่วยเรื่องการออกเสียงบางกรณี หากฟันหรือการสบฟันผิดปกติอาจส่งผลต่อการพูด
  • เพิ่มความมั่นใจในบุคลิกภาพ มีผลต่อการเข้าสังคมและการทำงาน

จัดฟันมีกี่แบบ?

รูปแบบชนิดของการจัดฟัน แบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ๆ คือ

  1. การจัดฟันแบบติดเครื่องมือ เป็นการจัดฟันที่ใช้เครื่องมือยึดติดกับผิวฟันตลอดระยะเวลาการรักษา
    ต้องมาพบทันตแพทย์ตามนัดเพื่อปรับแรงอย่างสม่ำเสมอ
  2. การจัดฟันแบบไม่ติดเครื่องมือ เช่น Invisalign ซึ่งเป็นเครื่องมือจัดฟันใส สามารถถอดเข้า-ออกได้
    เหมาะกับผู้ที่ต้องการความสะดวกและรูปลักษณ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ
จัดฟันแบบโลหะ Metal

จัดฟันแบบโลหะ Metal

การจัดฟันเหล็ก หรือ การจัดฟันโลหะ คือ การจัดฟันที่ได้รับความนิยม โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่นและนักเรียน เพราะมีสีสันให้เลือกมากมาย และราคาย่อมเยากว่ารูปแบบอื่น เครื่องมือจะติดอยู่ที่ผิวหน้าของฟัน โดยมีลวดเป็นตัวให้แรง และยางโอริง (O-ring) เป็นตัวยึดลวดกับ Bracket ซึ่งต้องมีการปรับเครื่องมือทุก ๆ 1 เดือน
ราคา : ผ่อนเดือนละ 39,000 – 48,000
ขัอดี : ราคาเข้าถึงง่าย, ประสิทธิภาพสูง, ทนทานและแข็งแรง, ดูแลและปรับเครื่องมือได้ง่าย, เปลี่ยนยางสีได้ตามใจ
เหมาะกับใคร : นักเรียน นักศึกษา ที่มีงบประมาณจัดฟันจำกัด และผู้ที่มีเวลาสามารถมาพบทันตแพทย์ได้บ่อย ๆ ครับ

จัดฟันเซรมิก

จัดฟันแบบเซรามิก Ceramic

จัดฟันเซรามิก (Ceramic) คือ การจัดฟันโดยใช้วัสดุแบบเซรามิกใส ที่ยึดติดกับผิวฟันด้านหน้า แล้วใส่ลวดผ่านร่อง Bracket และใช้ยางแบบใสรัดเครื่องมือจัดฟันให้ติดกับลวดจัดฟัน
เพื่อช่วยควบคุมทิศทางการเคลื่อนตัวของฟัน มีสีใกล้เคียงกับสีฟัน มองเห็นเครื่องมือได้น้อยกว่าการจัดฟันแบบโลหะ โดยคนไข้ต้องมาปรับเครื่องมือจัดฟันทุก ๆ 1 เดือน ใช้ระยะเวลาการจัดฟัน 2 ปีขึ้นไปครับ
ราคา : ผ่อนเดือนละ 59,000 บาท
ขัอดี : ความสวยงามและดูเป็นธรรมชาติ, วัสดุคุณภาพดี ไม่เปลี่ยนสีง่าย, แข็งแรงเพียงพอในการเคลื่อนฟัน, เหมาะกับบุคคลที่ต้องการภาพลักษณ์ดีระหว่างการรักษา
เหมาะกับใคร : ผู้ที่ต้องการจัดฟัน แต่ไม่อยากให้คนสังเกตเห็นเครื่องมือชัดเจน เนื่องจากต้องใช้บุคลิกภาพในการทำงาน

จัดฟันแบบใส invisaliagn

จัดฟันแบบใส Invisaliagn

จัดฟันแบบใส หรือ เครื่องมือ จัดฟัน Invisalign เป็นนวัตกรรมการจัดฟันล้ำสมัยที่ใช้ระบบสามมิติ 3D เข้ามาช่วยในการออกแบบฟัน เฉพาะบุคคล ซึ่งช่วยให้คนไข้เข้าใจและมีส่วนร่วมกับแผนการรักษามากขึ้น ตัวเครื่องมือมีความใส สามารถถอดเข้า-ออกได้ ทำให้ดูเป็นธรรมชาติ เหมือนไม่ได้จัดฟันเลยครับ การจัดฟันแบบใสใช้เวลาโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 6-24 เดือนขึ้นไป สามารถแบ่งเป็น 3 ประเภทใหญ่ ๆ ดังนี้

  1. Invisalign i7 – สำหรับผู้ที่มีปัญหาเล็กน้อย เคลื่อนฟัน 1-2 มม. เครื่องมือไม่เกิน 7 ชุด
  2. Invisalign lite – สำหรับผู้ที่เคยจัดฟันมาแล้วฟันล้ม หรือผู้ที่มีปัญหาฟันเล็กน้อย เครื่องมือไม่เกิน 14 ชุด
  3. Invisalign full – สำหรับฟันทุกสภาพความผิดปกติ จำนวนเครื่องมือมีไม่จำกัด

ราคา : ผ่อนเดือนละ 70,000 – 160,000 บาท
ขัอดี : แทบมองไม่เห็น, ถอดเข้า-ออกได้, วัสดุ SmartTrack เรียบและยืดหยุ่น, พูดชัด ไม่สะดุด, เห็นแผนการรักษาล่วงหน้า, เหมาะกับทุกวัย
เหมาะกับใคร : ผู้ที่ต้องการความสวยงามสูงสุด ไม่อยากให้เครื่องมือส่งผลต่อภาพลักษณ์ และสามารถมีวินัยในการใส่เครื่องมืออย่างน้อย 20–22 ชั่วโมงต่อวัน เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

จัดฟันแบบดามอน

จัดฟันแบบดามอน Damon

จัดฟันแบบดามอน (Damon) เป็นการจัดรูปแบบใหม่ ไม่ต้องใช้ยางรัด (self lighting) ช่วยลดแรงเสียดทาน ทำให้ฟันเคลื่อนตัวได้เร็วขึ้น และสบายกว่าการจัดฟันแบบโลหะทั่วไป การจัดฟันดามอน มี 3 รุ่น คือ

  1. Damon Q เครื่องมือมีลักษณะเป็นโลหะ
  2. Damon Clear เครื่องมือมีลักษณะเป็นแบบใส
  3. Damon Ultima (รุ่นใหม่ล่าสุด) : เครื่องมือมีลักษณะเป็นโลหะ ที่พัฒนาระบบให้ลวดและแบรกเก็ตแนบสนิทมากยิ่งขึ้น เคลื่อนฟันได้แม่นยำกว่าเดิม และลดแรงเสียดทานสูงสุด

ราคา : ผ่อนเดือนละ 76,000 – 85,000 บาท
ขัอดี : ไม่ต้องใช้ยาง, ใช้เทคโนโลยีแบบ Self-Ligating ลักษณะจะเป็นบานพับเปิดปิด ลดแรงเสียดทาน, ฟันเคลื่อนที่ไว, เจ็บน้อยกว่าการจัดฟันทั่วไป, ฟันค่อย ๆ เคลื่อนตัวไม่กระชาก และไม่กระแทก
เหมาะกับใคร : หมาะกับทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการเห็นผลลัพธ์ไว ปวดน้อย และดูแลสุขภาพช่องปากได้ง่าย นอกจากนี้ยังมีแบบใสให้เลือก สำหรับผู้ที่ไม่ต้องการเห็นเครื่องมือชัดจนเกินไป

ก่อนจัดฟัน ดัดฟัน ต้องเตรียมตัวอย่างไร?

สำหรับใครที่กำลังวางแผนจัดฟันครั้งแรก การเตรียมให้พร้อมเป็นสิ่งสำคัญ เพราะการจัดฟันเป็นกระบวนการที่ต้องใช้เวลาและการดูแลอย่างต่อเนื่อง หากเตรียมความพร้อม ทั้งด้านสุขภาพช่องปากและด้านอื่น ๆ อย่างรอบคอบ จะช่วยให้การรักษาเป็นไปอย่างราบรื่นและได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดหมอสรุปการ เตรียมตัวก่อนจัดฟัน ดัดฟันครั้งแรกไว้ดังนี้

  • เข้าพบทันตแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพช่องปากหาความผิดปกติ เช่น ฟันผุ ฟันคุด หรือหินปูน
  • หากมีปัญหาช่องปาก ให้รักษาให้เรียบร้อยก่อน
  • ตรวจสอบโครงสร้างฟันและการสบฟัน ว่ามีผลต่อการจัดฟันอย่างไร
  • วางแผนการรักษา โดยผู้เข้ารับบริการและทันตแพทย์ร่วมกันตัดสินใจ เพื่อเลือกวิธีจัดฟันที่เหมาะสม
  • ทำความเข้าใจกับรูปแบบการจัดฟัน เช่น จัดฟันโลหะ จัดฟันใส เพื่อเลือกแบบที่ตรงกับความต้องการ
  • รับคำแนะนำจากทันตแพทย์ ซึ่งคุณหมอจะอธิบายขั้นตอน ค่าใช้จ่าย และระยะเวลาการรักษา
  • ซักถามข้อสงสัยที่ยังไม่เข้าใจ เพื่อให้มั่นใจก่อนตัดสินใจ

จัดฟัน ราคาเท่าไหร่ ?

ราคาดัดฟัน ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งรูปแบบการจัดฟันที่เลือกความซับซ้อน 
ของโครงสร้างฟัน รวมถึงเทคนิคที่ทันตแพทย์ใช้ทำให้มีราคาที่ แตกต่างกันออกไป ดังนี้

ราคาจัดฟันแต่ละประเภท ที่ Smile & Co. Dental Clinic

รายการจัดฟัน ราคาจัดฟันแต่ละประเภท

  • ราคา จัดฟันแบบโลหะ 39,000 – 48,000 บาท
  • ราคา จัดฟัน Ceramic 59,000 บาท
  • ราคา จัดฟัน Damon Q 76,000 – 85,000 บาท
  • ราคา จัดฟัน Damon Clear 80,000 – 89,000 บาท
  • ราคา จัดฟันใส Invisalign 70,000 – 160,000 บาท
  • ราคา จัดฟันใส Essential 80,000 บาท
  • ราคา จัดฟันร่วมกับการผ่าขากรรไกร 145,000 บาท

เริ่มต้นจัดฟันครั้งแรก 

ใช้เงินกี่บาท เสียค่าอะไรบ้าง ?

รายการทำฟัน ราคา

  • ค่าปรึกษาทันตแพทย์ ไม่มีค่าใช้จ่าย
  • พิมพ์ฟัน 1,000 บาท
  • X-ray เพื่อจัดฟัน 1,200 บาท
  • เคลียร์ช่องปาก 800–1,500 บาท/ครั้ง
  • จัดฟัน 39,000–160,000 (ขึ้นอยู่กับประเภทการจัดฟัน)
  • รีเทนเนอร์ 4,000 บาท

ขั้นตอนการจัดฟัน มีอะไรบ้าง ?

การเริ่มต้นจัดฟันมีขั้นตอนสำคัญไม่กี่อย่างครับ เริ่มตั้งแต่ปรึกษาทันตแพทย์จนถึงการติดตามผลหลังถอด เครื่องมือ หมอสรุปขั้นตอนจัดฟัน ดังนี้

  1. ปรึกษาทันตแพทย์เฉพาะทางจัดฟันเพื่อประเมินรูปหน้า ขากรรไกร ฟัน และซักประวัติส่วนตัว พร้อมรับคำแนะนำเกี่ยวกับวิธีจัดฟันแต่ละแบบ
  2. วางแผนการจัดฟัน แจ้งค่าใช้จ่าย ทำพิมพ์ฟันหรือสแกนฟัน และ 
X-ray เพื่อประเมินสภาพฟันและโครงสร้างขากรรไกร
  3. เคลียร์ช่องปาก เพื่อให้การติดตั้งเครื่องมือจัดฟันเป็นไปอย่างราบรื่น
  4. ติดเครื่องมือจัดฟัน โดยทันตแพทย์จะนัดปรับทุก 1-2 เดือน สำหรับจัดฟันใส จะนัดเปลี่ยนชุดตามแผน
  5. ดูแลช่องปากระหว่างจัดฟัน และเข้าพบทันตแพทย์เพื่อตรวจและขูดหินปูนทุก 3-6 เดือน
  6. ถอดเครื่องมือและใส่รีเทนเนอร์ เพื่อให้ฟันคงตำแหน่งที่ถูกต้อง
  7. นัดติดตามการใส่รีเทนเนอร์เป็นระยะ เช่น 1 เดือน 3 เดือน 6 เดือน หรือ 1 ปี เพื่อรักษาผลลัพธ์

เมื่อผ่านขั้นตอนการจัดฟันคุณหมอขอแนะนำให้คนไข้ศึกษาวิธีการดูแลหลังจัดฟัน เพื่อให้ฟันเรียงตัวสวย มีสุขภาพช่องปากที่ดีขึ้น ที่บทความนี้ครับ

ก่อน-หลังจัดฟัน ปฏิบัติตัวอย่างไร? กินอะไรได้บ้าง ให้ฟันสวยงาม แข็งแรง

บทความที่เกี่ยวข้องกับการจัดฟัน

เครื่องมือจัดฟันที่ใช้ มีอะไรบ้าง ?

โอริงและแบร็กแก็ตจัดฟัน

เครื่องมือจัดฟันที่ใช้ มีอะไรบ้าง ?

  • ยางจัดฟันหรือ โอริง (O-Ring) : เป็นยางจัดฟันที่ติดใช้รัดเป็นซี่ ๆ เรียกว่าโมดูล หรือโอริงจัดฟัน (O-Ring) มีหน้าที่ป้องกันไม่ให้ลวดหลุดออกจาก bracket
  • ยางจัดฟันเชน หรือ C-Chain : เป็นยางจัดฟันที่มีลักษณะคล้ายโซ่ต่อยาวเป็น เส้นเดียว มีทำหน้าที่ดึงฟัน หรือรวบฟันให้ชิดกัน
  • ยางดึงฟัน หรือ Elastic : ลักษณะเป็นวง ใช้สำหรับดึงเพื่อแก้ไขการสบฟัน หรือช่วยในการเคลื่อนฟันบางประเภท ซึ่งคนไข้ต้องเปลี่ยนยางเองทุกวัน และต้องถอดใส่เอง หากดึงยางได้ดี ฟันจะสวยสมบูรณ์แบบมากขึ้น
  • ยางแยกฟัน (Separator) : ใช้ในการเตรียมฟันเพื่อใส่เครื่องมือจัดฟันแบบ ติดแน่นครับ ทำหน้าที่ค่อย ๆ ดันฟันหลักให้หลวมขึ้นเพื่อเป็นที่อยู่ของแหวนจัดฟัน หรือแบนด์ (band)
  • แหวนจัดฟัน (Band) : มีลักษณะเป็นวงแหวนใช้สำหรับครอบยึดติดกับตัวฟัน ทำจากแผ่นโลหะมีความแข็งแรง โดยส่วนใหญ่จะทำการใส่แหวนจัดฟันที่ฟันกราม ปัจจุบันมีการใช้น้อยลง
  • แบรกเก็ต (Bracket) : เป็นเครื่องมือจัดฟันที่ออกแบบเฉพาะสำหรับฟันแต่ละซี่ ครับ ลักษณะมีร่องตรงกลางสำหรับใส่ลวด ทำหน้าที่ควบคุมการเคลื่อนของฟัน ได้ทุกทิศทาง ช่วยให้การสบฟันและตำแหน่งของฟันเป็นไปตามความต้องการ
  • ลวดจัดฟัน (Orthodontic Wire) : เป็นตัวหลักในการให้แรงเคลื่อนฟัน โดยส่งผ่านแรงต่าง ๆ เหล่านี้ผ่านแบรกเก็ต ลวดจัดฟันทำจากวัสดุ Nickle Titanium (NiTi), Stainless Steel (SS), และ Titanium-Molybdenum Alloy (TMA) ขึ้นกับขั้นตอนการรักษา
  • หมุดจัดฟัน (Miniscrews) : ใช้สำหรับเป็นหลักยึด (Anchorage) ในการเคลื่อนฟัน เช่น การดึงฟันกรามเพื่อปิดช่องที่ถอนไป หรือการดึงฟันล่าง คร่อมฟันบน โดยจะปักอยู่ในกระดูก การใส่ mini screw ใช้เวลาสั้น ทำภายใต้ยาชา ไม่เจ็บอย่างที่คิด และสามารถถอดออกได้เมื่อรักษาเสร็จอย่างสมบูรณ์
  • รีเทนเนอร์ (Retainer) : เป็นเครื่องมือไว้คงสภาพฟันหลังจากที่เราจัดฟัน เสร็จแล้ว ช่วยยึดฟันให้อยู่ในตำแหน่งที่ต้องการหลังจัดฟันเสร็จ แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ รีเทนเนอร์แบบติดแน่น และรีเทนเนอร์แบบถอดได้

ข้อดีของการจัดฟัน มีอะไรบ้าง ?

การจัดฟันไม่เพียงช่วยให้รอยยิ้มดูดีขึ้นแต่ยังส่งผลต่อสุขภาพช่องปากในระยะยาวด้วย มาดูกันครับว่าการจัดฟันมีประโยชน์อะไรบ้าง

  • เคี้ยวอาหารได้ดีขึ้น เมื่อฟันเรียงตัวในตำแหน่งที่ถูกต้อง การสบฟันจะสมดุล ทำให้บดเคี้ยวอาหารได้ละเอียดขึ้น ส่งผลดีต่อ ระบบย่อยอาหาร และช่วยลดภาระของกระเพาะอาหาร ในระยะยาว
  • ทำความสะอาดง่ายขึ้น ฟันที่จัดเรียงเป็นระเบียบจะทำให้การทำความสะอาดช่องปากง่ายขึ้น ลดปัญหากลิ่นปากช่วยป้องกันฟันผุและโรคเหงือกได้อย่าง
มีประสิทธิภาพ
  • ลดความเสี่ยงฟันผุและเหงือกอักเสบ เนื่องจากการทำความสะอาดทำได้
ง่ายขึ้น เมื่อฟันเรียงตัวดี
  • สร้างความมั่นใจ เสริมบุคลิกภาพให้ดีขึ้น มีรอยยิ้มที่สวยขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อ
การทำงานของคุณที่ต้องพบปะกับผู้คนเป็นจำนวนมากในยุคปัจจุบัน
  • สร้างวินัยในการดูแลสุขภาพช่องปาก คนที่จัดฟันมักใส่ใจและดูแลฟัน มากขึ้น ทำให้เกิดนิสัยรักฟันและรักษาความสะอาดในช่องปากได้ดี ในระยะยาว
  • ปรับรูปหน้าให้ดูสมส่วนมากขึ้นในบางกรณี การจัดฟันทำให้โครงหน้า 
เปลี่ยน รูปหน้าเปลี่ยน หน้าคมขึ้น เรียวขึ้น ดูดีขึ้นโดยไม่ต้องไปทำ ศัลยกรรม หรือผ่าตัด
  • แก้ปัญหาเรื่องการออกเสียง โดยเฉพาะผู้ที่มีฟันห่าง ฟันเก ฟันไม่เท่ากัน ทำให้ออกเสียงพูดได้ชัดมากขึ้น

ข้อจำกัดของการจัดฟัน มีอะไรบ้าง ?

  • ค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง การจัดฟันเป็นการรักษาระยะยาวที่ต้องอาศัยการวางแผนโดยละเอียด ตั้งแต่การตรวจ X-ray พิมพ์ปาก ขูดหินปูน ถอนฟัน ไปจนถึงการทำรีเทนเนอร์ ซึ่งรวมแล้วอาจ มีค่าใช้จ่ายสูงหลักหมื่นถึงหลักแสน ขึ้นอยู่กับชนิดของเครื่องมือและความซับซ้อนของเคส
  • ต้องใช้ระยะเวลา การจัดฟันใช้เวลานานกว่าจะจัดฟันเสร็จและต้องพบทันตแพทย์อย่างสม่ำเสมอ เพราะฉะนั้นต้องวางแผนให้ดี ๆ ครับ อาจมีผลกระทบต่อแพลนที่วางไว้ เช่น เรียนต่อต่างประเทศ ย้ายงาน หรือย้ายที่อยู่อาศัย
  • มีข้อจำกัดเรื่องอาหาร หลังติดเครื่องมือจัดฟันควรหลีกเลี่ยงอาหารเหนียว ๆ แข็ง ๆ เพราะอาจสร้างความเสียหายให้เครื่องมือจัดฟัน
  • ต้องใส่ใจเรื่องความสะอาดในช่องปากมากขึ้น เพราะเศษอาหารจะติดฟันได้ง่ายครับ และเอาออกยากในกรณีที่จัดฟันแบบติดแน่นจึงต้องพิถีพิถันทำความสะอาดฟันหลังอาหารทุกครั้ง
  • สร้างความเจ็บปวด ในช่วงแรกหรือหลังจากปรับเครื่องมืออาจรู้สึกเจ็บฟันหรือปวดเมื่อเคี้ยวอาหาร รวมถึงอาจมีแผลในช่องปากจากการเสียดสีของเครื่องมือ เช่น บริเวณกระพุ้งแก้มหรือริมฝีปาก ซึ่งสามารถบรรเทาได้ด้วยขี้ผึ้งทันตกรรม หรือยาทาเฉพาะจุด
  • ผลลัพธ์อาจไม่ถาวร หากไม่ใส่รีเทนเนอร์ หลังจัดฟันเสร็จ ฟันสามารถเคลื่อนกลับตำแหน่งเดิมได้ หากไม่ใส่รีเทนเนอร์ตามที่ทันตแพทย์แนะนำ การดูแลหลังจัดจึงสำคัญไม่แพ้ตอนติดเครื่องมือ

จัดฟันแต่ละรูปแบบ กี่ปีเห็นผล ?

รายการจัดฟัน ระยะเวลาเห็นผล

  • จัดฟันแบบโลหะ 1.5–3 ปี
  • จัดฟัน Ceramic 1.5–3 ปี
  • จัดฟัน Damon Q 1.5–2.5 ปี
  • จัดฟัน Damon Clear 1.5–2.5 ปี
  • จัดฟันใส Invisalign 1–3 ปี
  • จัดฟันใส Essential 1–2.5 ปี
  • จัดฟันร่วมกับการผ่าขากรรไกร 2–5 ปี

ระยะเวลาเป็นค่าเฉลี่ยโดยประมาณครับ แต่ละคนอาจมีระยะเวลาที่เห็นผลต่างกัน ขึ้นอยู่กับสภาพฟัน
ความซับซ้อนของการจัดฟัน และความสม่ำเสมอในการเข้าพบทันตแพทย์

การดูแลรักษาหลังจัดฟัน ควรปฏิบัติอย่างไร ?

  • หลังการจัดฟัน ทันตแพทย์แนะนำวิธีการดูแลรักษา ดังนี้
    • ควรเลือกใช้แปรงสีฟันสำหรับจัดฟันโดยเฉพาะ หัวแปรงจะออกแบบให้เข้าถึงบริเวณรอบ ๆ แบรกเก็ตได้ง่าย ช่วยลดการสะสมของคราบจุลินทรีย์
    • เลือกใช้ยาสีฟันและน้ำยาบ้วนปากที่มีฟลูออไรด์ ช่วยป้องกันฟันผุ
    • แปรงฟันพร้อมใช้ไหมขัดฟัน และแปรงซอกฟัน (Proxabrush) ทุกครั้ง หลังรับประทานอาหารเสร็จ
    • หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารเหนียวและแข็ง เพื่อป้องกันเครื่องมือเสียหาย หรือหลุดระหว่างการจัดฟัน
    • พยายามเคี้ยวอาหารโดยใช้ฟันทั้ง 2 ข้าง
    • หากมีลวดยาว หรืออุปกรณ์บาดกระพุ้งแก้ม ให้นำขี้ผึ้งสำหรับจัดฟัน (Orthodontic Wax) ปิดทับบริเวณที่เสียดสี และเข้ามาตัดปลายลวดที่ยาวเกินออก
    • หมั่นตรวจเช็คฟันผุทุก 6 เดือน แนะนำให้ขูดหินปูนร่วมด้วย
  • วิธีดูแลฟันหลังจัดฟัน เป็นเรื่องที่สำคัญมากครับ เพราะการจัดฟันต้องใช้ระยะเวลาค่อนข้างนาน ต้องมีความเอาใจใส่ในการดูแลสุขภาพช่องปากและฟัน ในช่วงเวลา 1-3 ปี เป็นอย่างดี เพื่อไม่ให้เกิดปัญหากลิ่นปากฟันผุ โรคเหงือกอักเสบ หรือเป็นแผลในช่องปากตามมา

จัดฟันหน้าเปลี่ยนไหม
จัดฟันแล้วหน้าเรียวขึ้นไหม?

การดัดฟันสามารถช่วยปรับตำแหน่งฟันและการสบฟัน ทำให้รูปปากและกรอบฟันเรียงตัวสวยขึ้น จึงอาจทำให้ใบหน้าดูเรียวขึ้นเล็กน้อย แต่ไม่ได้เปลี่ยนโครงสร้างใบหน้าอย่างชัดเจน การเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับสภาพฟันและกระดูกขากรรไกรของแต่ละบุคคล

คลิกอ่านเพิ่มเติม : ไขข้อข้องใจ! จัดฟันหน้าเปลี่ยน จริงไหม? เป็นไปได้จริงหรือ ?

จัดฟันครั้งแรก
เจ็บไหม ?

การจัดฟันครั้งแรกอาจมีอาการปวดบ้างครับ ปวดมากหรือน้อยขึ้นกับแต่ละบุคคล 
หรือการเคลื่อนฟัน เช่น หากฟันเกเยอะ ก็อาจจะปวดมากหน่อย แต่ปวดในระดับที่ทนได้ และสามารถรับประทานยาแก้ปวดเพื่อบรรเทาอาการได้

คลิกอ่านเพิ่มเติม : จัดฟันเจ็บไหม? ไขทุกข้อข้องใจสำหรับคนอยากจัดฟัน

จัดฟันครั้งแรก
กินอะไรได้บ้าง ?

จัดฟันครั้งแรกควรรับประทานอาหารอ่อนนุ่มครับ หมอแนะนำอาหารประเภท 
เต้าหู โจ๊ก ข้าวต้ม ซุป อาหารอื่น ๆ ก็สามารถรับประทานได้ครับ 
หากไม่รู้สึกเจ็บ แต่ควรงดอาหารที่เหนียวและแข็งครับ เพราะอาจจะกระทบต่อเครื่องมือจัดฟัน

จัดฟันต้องถอนฟันไหม
ไม่ถอนได้ไหม?

การจัดฟันไม่จำเป็นต้องถอนเสมอไปค่ะ ทั้งนี้ขึ้นกับการตรวจและการวินิจฉัย หากเป็นเคสที่ต้องการพื้นที่การเรียงตัวของฟันน้อยหรือปานกลาง เราอาจจะใช้วิธีอื่นในการหาพื้นที่ในการจัดฟัน
เช่น การกรอฟัน การขยายฟัน การปักหมุด เป็นต้น แต่หากฟันขาดพื้นที่เยอะ หรือฟันยื่นเยอะ การถอนฟันก็ยังเป็นสิ่งจำเป็นค่ะ ทั้งนี้ แนะนำเข้ามาปรึกษาคุณหมอเพื่อวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคลนะคะ

สรุปเรื่องการจัดฟัน

การจัดฟัน ถือเป็นการลงทุนเพื่อรอยยิ้มและสุขภาพช่องปากในระยะยาว ช่วยให้ฟันเรียงตัวสวย
ฟันสบได้อย่างถูกต้อง และลดปัญหาฟันผุหรือเหงือกอักเสบได้ง่ายขึ้น ซึ่งแต่ละคนอาจเลือกวิธี
จัดฟันที่ต่างกัน เช่น จัดฟันโลหะ จัดฟันใส หรือจัดฟันร่วมกับการผ่าขากรรไกร
โดยระยะเวลาและค่าใช้จ่ายจะขึ้นอยู่กับสภาพฟัน ความซับซ้อน
และความสม่ำเสมอในการเข้าพบทันตแพทย์


สิ่งสำคัญอีกหนึ่งอย่างที่ไม่ควรมองข้าม คือ การเตรียมตัวให้พร้อมก่อนจัดฟันครับ
การดูแลช่องปากอย่างสม่ำเสมอ และปฏิบัติตามคำแนะนำของทันตแพทย์
เพียงแค่นี้ก็จะช่วยให้ผลลัพธ์ออกมาสวยงามและคงอยู่ยาวนาน